ทีมชาติแข็งแกร่ง แต่บอลลีกอ่อนยวบ คำนิยามสั้นๆสำหรับฟุตบอลเวียดนาม    

  • By admin admin
  • กันยายน 29, 2021
  • 0
  • 29 Views
ทีมชาติแข็งแกร่ง แต่บอลลีกอ่อนยวบ คำนิยามสั้นๆสำหรับฟุตบอลเวียดนาม    

 ทีมชาติแข็งแกร่ง แต่บอลลีกอ่อนยวบ คำนิยามสั้นๆสำหรับฟุตบอลเวียดนาม    

          การเข้ามาคุมทีมชาติเวียดนามของ ปาร์ค ฮัง ซอ นับว่าสร้างแรงสะเทือนครั้งใหญ่ไปทั่วทั้งทวีปเอเชีย เพราะกุนซือแดนโสมขาวได้ยกระดับให้ทัพดาวทองมีผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งความเก่งกาจขนาดนี้ ลุงปาร์คจึงเป็นที่ยอมรับและนับถือ จนถึงขั้นเป็นดั่งเสียงสรรค์ของวงการฟุตบอลเวียดนาม เพราะไม่ว่าแกต้องการอะไร สมาคมฟุตบอล สโมสร และทุกภาคส่วน ก็พร้อมจะปฏิบัติตาม แต่ถึงกระนั้นหากมองในแง่ความยั่งยืน ก็อาจจะมีผลกระทบให้ฟุตบอลวีลีกอ่อนยวบและไม่พัฒนาได้     

อย่างแรกสุด ลุงปาร์ค นิยมชมชอบการฝึกซ้อมหนัก นั่นจึงทำให้กุนซือชาวเกาหลีใต้มักจะร้องขอให้สมาคมฟุตบอลเวียดนามและสโมสรสมาชิก ทำการปล่อยตัวนักเตะมาเข้าแคมป์ทีมชาติก่อนบอลเตะราว 1 ถึง 2 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ซึ่งแนวทางเช่นนี้จะคล้ายกับที่ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เคยใช้เมื่อครั้งคุมทีมชาติไทย โดยแนวทางดังกล่าวนี้จะทำให้ฟุตบอลวีลีกต้องพักเบรกยาวหลายรอบ รวมถึงโปรแกรมเตะต้องถูกอัดแน่น หากปีนั้นๆมีเกมทีมชาติเยอะ ฉะนั้นทางออกที่สมาคมเวียดนามแก้ คือ การให้ลีกลงเตะเพียง 18 นัด ใน 1 ฤดูกาล

ฟุตบอลวีลีก เวียดนาม มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 14 ทีม โดยมีกติกาการแข่งขัน คือ จัดโปรแกรมเหย้า-เยือน แบบพบกันหมดเหมือนฟุตบอลลีกปกติ 13 นัด จากนั้นในเลกที่ 2 จะเอาทีมที่ทำอันดับติด 1-6 มาเล่น เหย้า-เยือน อีก 5 นัด ซึ่งเมื่อถึงตรงนี้ถ้าทีมใดอยู่อันดับที่ 1 ก็จะคว้าแชมป์ไปครอง ฉะนั้นจากกติกาที่วางไว้ดังนี้ จะเห็นได้ว่า วีลีก เน้นการแข่งขันที่รวดเร็วและกะทัดรัดให้มากที่สุด

การที่ฟุตบอลลีกมีเกมลงเตะเพียง 18 นัด ตลอดฤดูกาล นับว่าเป็นผลเสียอย่างยิ่งกับวงการฟุตบอลเวียดนามในระยะยาว เช่น กลุ่มนักเตะที่ไม่ถูกเรียกติดทีมชาติจะขาดความต่อเนื่องในการลงสนามเพื่อพัฒนาฝีเท้า เรื่องของระบบการเล่นที่อาจต่อยอดไม่ได้ไม่สุดทางเพราะเกมการแข่งขันน้อยเกินไป รวมถึงรูปแบการแข่งขันที่เปิดช่องให้กับทีมที่ไม่ได้เก่งที่สุดขึ้นมาเป็นแชมป์ เนื่องจากโปรแกรมเกมเหย้า-เยือน มีความหนักเบาไม่เท่ากัน ซึ่งหากเป็นลีกแบบสากลทั่วไปที่เล่นเหย้า-เยือนเท่ากัน ย่อมสามารถกล่าวได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าทีมที่ได้แชมป์นั้นเหมาะสม

ฉะนั้นเมื่อถึงตรงจุดนี้ จึงสามารถกล่าวได้ว่าผลงานอันยอดเยี่ยมของทีมชาติเวียดนาม เป็นเรื่องฉาบฉวยให้ดีใจแบบขอไปที เพราะอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญอย่างฟุตบอลวีลีกไม่เอื้อและเกื้อหนุนให้ทีมชาติมีนักเตะคุณภาพดีล้นทีม ซึ่งเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าวันใด ปาร์ค ฮัง ซอ อำลาจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติเวียดนาม ทั้งทีมชาติและฟุตบอลลีกจะได้รับผลกระทบหนัก เพราะกุนซือชาวเกาหลีใต้มองที่ผลงานของทีมชาติเป็นหลัก ส่วนฟุตบอลลีกเป็นเพียงเวทีในการคัดเลือกคนเข้ามาเท่านั้น    

#ข่าวกีฬา

ออกกำลังกาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *